Blog

ประโยชน์ของการเรียน จินตคณิต คณิตศาสตร์

ประโยชน์ของการเรียน จินตคณิต คณิตศาสตร์ เป็นหลักสูตรพัฒนาสมองทั้งสองซีก โดยใช้ตัวเลขและลูกคิดเป็นสื่อในการเรียนการสอน ผลที่ได้จากการเรียนจินตคณิตนั้น น้องๆ จะมีสมาธิที่ดีขึ้นมาก สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ในเวลาที่นานขึ้น เพราะการเรียนจินตคณิตเป็นการคิดเลขโดยใช้จินตภาพซึ่งต้องใช้ความนิ่งของสมาธิค่อนข้างมาก

ประโยชน์ของการเรียน จินตคณิตคืออะไร ?
1. พัฒนาสมองทั้งซีกซ้าย ( Science) และสมองซีกขวา ( Art&Imagine)
เตรียม ความพร้อมสู่การเรียนรู้ทั้งสายวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์
2. ตัวเลขและวิชาคำนวณจะไม่ใช่วิชาที่น่ากลัวหรือน่าเบื่ออีกต่อไป
3. ความสามารถและ ทักษะการบวก – ลบ – คูณ – หาร ที่รวดเร็วแม่นยำโดย
ปราศจากอุปกรณ์ช่วยเสริมใด ๆ ใช้เพียงสมองและใจเท่านั้น
4. เสริมสร้างความจำ ความเชื่อมั่น และสมาธิในการเรียน

เด็กเกิดความสับสนกับการเรียนที่โรงเรียนหรือไม่ ?
ทำไมเราต้องสอนเด็กๆ บวก ลบ คูณ หาร เป็นวิธีเดียว ในเมื่อเรามีวิธีอื่นที่รวดเร็ว และสะดวกกว่า เปรียบเหมือนการเดินทางจะขี่จักรยาน หรือมอเตอร์ไซด์ดี การเรียนจินตคณิต เหมือนสอนให้เด็กขี่มอตอร์ไซด์ เป็น เป็นวิธีหนึ่งในการหาผลลัพธ์ โดยไม่ต้องอาศัยกระดาษทด แต่ได้ฝึกทั้งความจำ การคิดวิเคราะห์ และจินตนาการ เด็กๆ มีโอกาสในการเลือกใช้วิธีการหาคำตอบมากกว่า 1 วิธี หากต้องมีการแสดงวิธีทำ เด็กๆ สามารถใช้วิธีเรียนอยู่เดิมได้ แต่เมื่อต้องการความไว และฝึกสมองที่มากขึ้น เขาสามารถเลือกวิธี การคิด
แบบจินตคณิตได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจุดประสงค์การเรียนมิได้มุ่งเน้นที่การคิดเลขรวดเร็ว แต่มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาสมอง แต่ผลพลอยได้ที่เห็นได้ชัดเจน คือ เด็กๆ สามารถคิดเลขได้เร็วและแม่นยำ

จินตคณิตต่างกับ ระบบคณิตศาสตร์ อื่น ๆ ที่เปิดสอนอยู่อย่างไร ?
1. เรียนจินตคณิต เปรียบเหมือนการ download เครื่องคิดเลขใส่ไว้ในสมอง
และใช้ไปตลอดชีวิต เป็นรากฐานสำคัญ เหมาะกับเด็กอนุบาล และประถม
ที่ต้องการความเชื่อมั่นทางวิชาคณิตศาสตร์ หากพื้นฐานคำนวณ ดีแล้ว
การเรียนคณิตศาสตร์ในโรงเรียน หรือระบบอื่น จะยิ่งดีมากขึ้น
2. การเรียน จินตคณิต ประเด็นสำคัญคือ เด็กได้ใช้สมองซีกขวาในการ
คำนวณ ซึ่งหาไม่ได้ในระบบอื่น ๆ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จที่แท้จริง
คือใช้ ศาสตร์คือสมองซ้าย และศิลป์คือสมองขวา อย่างสมดุล

อายุเท่าไรจึงควรเรียน จินตคณิต ?
หากลูก ๆ อยู่ในวัย อนุบาลหรือประถม ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนยังไม่ซับซ้อนนัก ควรจะแบ่งเวลามาเรียนทักษะคำนวณ เพื่อให้เป็นพื้นฐานที่ดีก่อน หลังจากนั้น ค่อยไปเรียนโจทย์ปัญหาเพื่อฝึกการวิเคราะห์ เตรียมความพร้อมสู่ระดับมัธยม เพราะหากคิดได้เร็ว จะมีเวลาเหลือไปแก้โจทย์ปัญหา และทบทวนคำตอบมากขึ้น